; ภาวะชักจากไข้ (Febrile convulsion) -โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่ McCormick Hospital ChiangMai

ภาวะชักจากไข้ (Febrile convulsion)

           

ภาวะชักจากไข้เป็นภาวะที่พบบ่อยในเด็ก พบได้  2-5% เป็นการชักที่พบร่วมกับไข้มากกว่า  38 องศาเซลเซียส  พบในเด็กอายุ  6 เดือนจนถึง  5 ปี  เนื่องจากสมองของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่  เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกาย  จะกระตุ้นให้เกิดอาการชักตามมาได้   โดยที่สาเหตุของชักต้องไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อระบบประสาทส่วนกลาง  ไม่ได้เป็นความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย และไม่มีประวัติชักโดยไม่มีไข้มาก่อน

ลักษณะของอาการชักที่เกิดขึ้นจะมีอาการเกร็งกระตุกทั่วร่างกายหรือบางส่วนของร่างกาย ตาเหลือก เรียกไม่รู้ สึกตัวและไม่ตอบสนอง ปัสสาวะและอุจจาระราด โดย ทั่วไปอาการชักไม่นานมักไม่เกิน  2-3  นาที หลังชักจะตื่นรู้สึกตัว

พยากรณ์โรค

ภาวะชักจากไข้ไม่ส่งผลต่อระบับสติปัญญาของเด็ก  ยกเว้นในรายที่มีภาวะชักนานเกิน 30 นาที  ที่ทำให้เกิดสมองขาดออกซิเจน  ส่งผลต่อสมองในระยะยาวและมีความพิการตามมาได้

  • ภาวะชักจากไข้มีโอกาสเกิดซ้ำ 30% และมีประมาณ 10% ที่จะเกิดชักจากไข้เกิน 3 ครั้ง เด็กจะมีภาวะชักจาก ไข้ได้จนถึงอายุ 5 ปี หลังจากนั้นอาการชักจะน้อยลง
  • ปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการเกิดภาวะชักจากไข้ซ้ำได้แก่ ชักครั้งแรกเมื่ออายุน้อยกว่า  18  เดือน  มีประวัติชักจากไข้ในพ่อแม่หรือพี่น้อง  ชักโดยที่ไข้ไม่สูง  ชักภายในชั่วโมงแรกของไข้  ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อจะมีโอกาสชักจากไข้ซ้ำมากขึ้น

ผู้ป่วยที่มีภาวะชักจากไข้ครั้งแรก  มีโอกาสพัฒนาเป็นโรคลมชักความเสี่ยงเท่ากับเด็กทั่วไปประมาณ 2-5% ทั้งนี้ ผู้ที่มีโอกาสพัฒนาเป็นลมชักสูงกว่าปกติ ได้แก่ มีประวัติโรคลมชักในครอบครัว พัฒนาการช้าหรือระดับสติปัญญาต่ำ  ตอนที่มีอาการชักตรวจร่างกายพบความผิดปกติทางระบบประสาท   ภาวะชักจากไข้ที่มีอาการเกร็งหรือกระตุกเพียงด้านเดียวของร่างกาย  ระยะเวลาชักนานมากกว่า 15 นาที  และมีชักซ้ำใน 24 ชั่วโมงหลังการชักในครั้งแรก  ในรายที่มีความเสี่ยงเหล่านี้แนะนำส่งตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง  เพื่อประเมินโรคลมชัก

 

 

การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยภาวะชักจากไข้จะอาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ  เพื่อแยกโรคจากสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิด อาการชัก ได้แก่ การติดเชื้อระบบประสาทส่วนกลาง  ความผิดปกติของ เกลือแร่ในร่างกายและโรคลมชัก  โดยแยกสาเหตุเหล่านี้ออกไปก่อนจึงจะให้การวินิจฉัยภาวะชักจากไข้

การรักษาที่สำคัญ คือ การลดไข้และรักษาการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของไข้ ผู้ป่วยที่มีภาวะชักจากไข้แนะนำให้นอนโรงพยาบาล เพื่อรักษาสาเหตุของไข้และให้การดูแลอย่างใกล้ชิด

การให้คำแนะนำผู้ปกครองเรื่องการดูแลไข้  และการปฐมพยาบาลอาการชักเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลก่อนมาโรงพยาบาลหากมีอาการชักในครั้งต่อไป

การลดไข้อย่างถูกวิธี

  1. การให้ยาลดไข้ด้วยพาราเซตามอล โดยให้ในขนาด ยาที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว
  2. การเช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำธรรมดา หรือน้ำอุ่น บิดหมาดแล้วเช็ดบริเวณหน้าและซอกคอ เช็ดจากปลายแขนและปลายขาเข้าหาตัว และเช็ดตัวตั้งแต่ต้นคอจนถึงก้น  เช็ดจนกว่าตัวเย็นลง แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ  15-20 นาที  วัดอุณหภูมิร่างกายซ้ำหลังเช็ดตัวเสร็จ  30 นาทีหากมีไข้สูงให้เช็ดตัวซ้ำ
  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  4. ใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย เพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดี
  5. พักผ่อนในห้องที่อุณหภูมิเหมาะสมไม่ร้อนหรือเย็น จนเกินไป

การปฐมพยาบาล

แนะนำให้ผู้ปกครองตั้งสติเพื่อให้การดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสม  พาเด็กไปยังที่ปลอดภัย  แนะนำวางบนพื้นราบ  ถ้ายังไม่ได้สติจับเด็กนอนราบ และตะแคงศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก  ห้ามใช้ช้อนหรือนิ้วมืองัดปากเพราะจะทำให้เกิดบาดแผลหรือดันลิ้นไปด้านหลังจนอุดตันทางเดินหายใจ คลายเสื้อผ้าให้หลวม  เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น  ห้ามป้อนยาในขณะที่เด็กไม่รู้สึกตัว  เมื่อเด็กตื่นดีให้กินยาลดไข้และนำเด็กส่งโรงพยาบาล

 

“ เมื่อเด็กมีไข้ ควรดูแลให้ยาลดไข้และเช็ดตัวลดไข้  สิ่งสำคัญเมื่อมีภาวะชักจากไข้ ควรพาเด็กมาพบแพทย์  เพื่อประเมินและรับการรักษาที่เหมาะสม ”